READING

อัพเดท ERW หุ้นโรงแรมไทย ได้รับผลบวกแค่ไหนกับมาตรก...

อัพเดท ERW หุ้นโรงแรมไทย ได้รับผลบวกแค่ไหนกับมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว ?

อัพเดท ERW หุ้นโรงแรมไทย
ได้รับผลบวกแค่ไหนกับมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว ?
เมื่อเราพูดคุยกันถึงหุ้นในกลุ่ม “โรงแรม” ที่อยู่ในไทยนั้น ชื่อของ MINT, CENTEL และ ERW นั้นก็ย่อมที่จะถูกหยิบยกขึ้นมาเสมอ เนื่องจากหุ้นสามตัวนี้เป็นผู้เล่นสามอันดับแรกในกลุ่มโรงแรมของประเทศไทยนั่นเองครับ
 
แต่ในวันนี้พวกเรา หุ้นพอร์ทระเบิด จะพาเพื่อนๆไปพูดคุยกันถึง ERW หรือบมจ. ดิ เอราวัณ กรุ๊ป หุ้นที่มีสัดส่วนรายได้มาจากกิจการภายในประเทศกว่า 92% นั้นว่าพวกเขามีความน่าสนใจยังไง ? มีการปรับตัวและแนวโน้มเป็นอย่างไรบ้างในช่วงนี้ ??
 
เตรียมตัวให้พร้อมแล้วไปลุยกันเลยครับ
 
ซึ่ง ERW ก็จะถือว่าเป็นผู้เล่นที่มีขนาดเล็กที่สุดใน 3 หุ้นที่เราได้กล่าวไปข้างต้นด้วย Market cap ที่ 7,905 ล้านบาท แต่ความโดดเด่นของเครือเอราวัณก็คือความหลากหลายของโรงแรมที่มีกระจายอยู่ทุกระดับไม่ว่าจะเป็น JW Marriot, Novotel, Mercure & Ibis , Ibis, Naka, Holiday INN และ Hop INN
ERW มีรายได้หลักๆมาจากธุรกิจโรงแรมที่มีสัดส่วนอยู่ภายในประเทศกว่า 92% อย่างที่เราได้กล่าวไปแล้วข้างต้น ซึ่งแน่นอนว่าในสถานะการณ์ที่ทั่วโลกยังไม่สามารถหาวิธีรับมือกับ Covid-19 ได้เช่นนี้ก็จะทำให้ ERW มีความน่าสนใจมากขึ้น
 
เพราะหากไม่มีรายได้จากชาวต่างชาติแล้วนั้น รายได้ ”ภายในประเทศ” ก็น่าจะเป็นสิ่งเดียวที่เหลืออยู่ให้ผู้ประกอบการโรงแรมมองหา
 
💰งบการเงินของ ERW
 
ปี 2560
รายได้ 6,050 ล้านบาท
กำไร 505 ล้านบาท
 
ปี 2561
รายได้ 6,307 ล้านบาท
ขาดทุน 536 ล้านบาท
 
ปี 2562
ายได้ 6,439 ล้านบาท
กำไร 445 ล้านบาท
 
(ล่าสุด)งวดครึ่งปีแรก 2563
รายได้ 1,298 ล้านบาท
ขาดทุน 727 ล้านบาท
 
เรียกได้ว่า Covid-19 ก็เป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครได้มีเวลาหรือเตรียมใจวางแผนกันไว้ทันโดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวโดยตรงอย่างกลุ่มการบินและโรงแรม ส่งผลให้ ERW มีรายได้จากการดำเนินงานในไตรมาส 2 ลดลงถึง 94% และมีผลขาดทุนสุทธิไปที่ 625 ล้านบาท
 
แต่ ERW ก็ได้ทำการปรับตัวเพื่อเผชิญหน้ากับวิกฤตินี้ไปไม่น้อยอยู่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นการลดเงินเดือนพนักงานทุกระดับตั้งแต่ผู้บริหารไปจนในโรงแรม, การขอส่วนลดหรือพักชำระค่าใช้จ่ายกับ Supplier, การขอลดค่าเช่ากับเจ้าของที่ดิน รวมไปถึงภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ลดลงมาเป็น 10% จากมาตรการช่วยเหลือของรัฐฯ
 
ในส่วนของโปรเจ็คที่เริ่มกลับมาทำการต่อก็จะเน้นไปที่ Hop INN เป็นหลัก (3 โปรเจ็คในไทยและอีก 2 โปรเจ็คในฟิลลิปปินส์) เนื่องจากว่ากลุ่มโรงแรม Hop INN นั้นจะจัดเป็นกลุ่มที่ปิดช้ากว่ากลุ่มอื่นๆก่อนช่วง Lockdown และสามารถกลับมาเปิดได้ไวกว่าและมีเสียงตอบรับที่น่าพอใจอีกด้วย
 
โดยในช่วงหลังจากเดือนพฤษภาคม 63 ทางบริษัทก็เริ่มทะยอยกลับมาเปิดโรงแรมเรื่อยๆแล้วไม่ว่าจะเป็นโรงแรมชั้นประหยัดหรือชั้นห้าดาว ซึ่งในระยะนี้ ERW ก็จะเน้นการทำตลาดและโปรโมชั่นไปที่กลุ่มลูกค้าภายในประเทศเป็นหลักซึ่งแน่นอนว่ามาตรการ “เราเที่ยวด้วยกัน” ก็น่าจะส่งผลดีให้กับบริษัทได้ในช่วงครึ่งปีหลัง
 
นอกจากนี้เจ้าหนี้ทั้งหมดของ ERW ก็ล้วนแล้วแต่เป็นธนาคารพาณิชย์ โดยในช่วง Covid-19 ก็ได้เข้าไปเจรจาและได้รับการช่วยเหลือที่ดีจากธนาคารต่างๆที่เป็นเจ้าหนี้ ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทมีเงินสดในมืออยู่ราวๆ 1.5 พันล้านและวงเงินที่ใช้ได้อีก 5.9 พันล้าน ซึ่งน่าจะเพียงพอกับการหมุนเวียนใช้จ่ายเพื่อรอการฟื้นตัวไปได้อีกหลายเดือน
 
สุดท้ายนี้ทางกรรมการผู้จัดการใหญ่คือคุณ “เพชร ไกรนุกูล” ก็ได้กล่าวว่าไตรมาสที่ 2 น่าจะเป็นจุดต่ำสุดของ ERW ไปเรียบร้อยแล้ว และในปีพ.ศ. 2563 นี้ ERW ก็จะพยายามลดต้นทุนให้ลงไปได้อีก 30-40% และคิดว่าทางบริษัทน่าจะรับมือไหวกับวิกฤติในครั้งนี้
 
แต่ถึงอย่างไรก็จะต้องไปเฝ้าติดตามสถานะการณ์ของ Covid-19 ภายในประเทศไทยและประเทศที่เข้ามาใช้จ่ายในไทยอย่างจีนกันต่อไปให้ดี เพราะถ้าเกิดมีการระบาดระลอกที่ 2 หรือ 3 อีกนั้นก็คงจะไม่ดีกับหุ้นกลุ่มโรงแรมเช่น ERW อย่างแน่นอน
 
สำหรับในวันนี้พวกเรา หุ้นพอร์ทระเบิด ก็คงจะมีข้อมูลและข่าวอัพเดทของ ERW มาฝากเพื่อนๆสมาชิกกันไว้เพียงเท่านี้
แล้วมาพบกันใหม่นะครับ สวัสดีครับ...
 
ติดตามบทความดีๆของพวกเราได้ทาง WEBSITE
หรือ BLOCKDIT
และช่องทางใหม่ YouTube ‼️
- - - -
ผู้สนับสนุน
สนใจเปิดพอร์ท หุ้น TFEX SBL BLOCKTRADE กับโบรคเกอร์ KTBST
ค่าธรรมเนียมเรทพิเศษ
พร้อมรับสิทธิพิเศษมากมาย
- ทีมงานมืออาชีพคอยให้บริการ
- โปรแกรม EFIN//ASPEN
- โปรแกรม SUPPORT อื่นๆเช่น MT4//MODEL TRADE//KTBST SMART และอื่นอีกมากมาย
กรอกรายละเอียดได้เลย 👇

RELATED POST

เปิดบัญชี หุ้น อนุพันธ์ ค่าคอมพิเศษ

x